บทที่ 17 เฟิ่งเออร์นางขุดเล่นอยู่
จูซื่อลูบหน้าลูบตัวหลิงเฟิ่งอย่างสงสาร ก่อนจะช่วยกันประคองนางกับป้าเหลียนเข้าไปภายในเรือน
“ครั้งนี้ข้าน้อยต้องขอบคุณทุกท่านที่ช่วยออกตามหาเฟิ่งเออร์ด้วย”
“ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ต่อให้ไปใช่เฟิ่งเออร์ที่หายไป ข้าก็ล้วนต้องช่วยออกตามหา กลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว แล้วนางบอกได้หรือไม่ ว่าผู้ใดพานางเข้าไป”
ชุยหยุนได้ปิ่นของหวงหลานกับกวงเจินมาจากหลิงเฟิ่ง เพียงเท่านี้เขาก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดได้แล้ว เขาจึงยื่นปิ่นทั้งสองด้ามให้หัวหน้าหมู่บ้านดู
“ข้าพบสิ่งนี้ที่ตัวเฟิ่งเออร์ ไม่ใช่ปิ่นของนาง แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใดขอรับ”
มีชาวบ้านบางคนที่จำได้ว่าเป็นของหวงหลานกับกวงเจิน จึงได้ร้องบอกออกมา
“ของหลานเออร์กับเจินเออร์ ข้าจำได้ พวกนางใช้อยู่เป็นประจำ”
“เป็นพวกนางจริงรึ ข้ายังเห็นพวกนางช่วยออกตามหาเฟิ่งเออร์อยู่เลย”
“ไปเรียกมาถามความก็รู้ ว่าปิ่นไปอยู่ที่เฟิ่งเออร์ได้อย่างไร” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยออกมาอย่างแข็งกร้าว เป็นเพียงแม่นางน้อยที่ยังไม่ออกเรือนก็คิดวางแผนชั่วพาคนสติไม่ดีไปทิ้งในป่าเสียแล้ว
“ข้ายังมีอีกเรื่องที่ต้องบอกท่านขอรับ” ชุยหยุนนำหญ้าหนอนที่เขาเก็บได้ออกมายื่นให้หัวหน้าหมู่บ้านได้ดู
“หญ้าหนอน เจ้าไปพบที่ใด” เขาเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อน ภูเขาลูกท้ายหมู่บ้านจะไม่มี แต่นั่นมันก็เมื่อนานมาแล้ว อีกอย่างราคาก็แพงถึงหลายตำลึงทองต่อชั่ง
“ข้าพบบนภูเขา เฟิ่งเออร์นางขุดเล่นอยู่ ตอนที่ข้าขึ้นไปพบนางขอรับ”
“สวรรค์ มีเรื่องดีเช่นนี้ด้วยรึ” หัวหน้าหมู่บ้านร้องออกมาอย่างไม่เชื่อ
“ข้าเห็นกับตา เป็นเช่นที่อาหยุนบอก แต่ว่าฟ้าใกล้มืดแล้ว อาหยุนเองก็อยากแบ่งความโชคดีให้ชาวบ้านที่ช่วยออกตามหาเฟิ่งเออร์นางด้วย” ลุงกู้รีบพูดยืนยันอีกเสียง
“เช่นนั้น ข้าจะเรียกชาวบ้านที่ช่วยออกตามหาเฟิ่งเออร์มาที่เรือนของเจ้า แล้วเจ้าก็บอกกล่าวด้วยตนเองเถิด”
หัวหน้าหมู่บ้านมองชุยหยุนอย่างชื่นชม รวมทั้งหันไปขอบใจอีกสามคนที่ตามขึ้นไปช่วยตามหาหลิงเฟิ่งด้วย ที่นำข่าวดีลงมาบอก
แต่บุรุษอีกสามคนได้แต่ยิ้มออกมาแห้งๆ พวกเขาต่างก็แอบเก็บกันมาคนละหลายชั่งแล้ว เพียงแค่ไม่ได้พูดออกมาก็เท่านั้น หากคนอื่นขึ้นไปพร้อมพวกเขาก็จะได้กลับลงมาเช่นกัน จะกล่าวโทษกันก็ไม่ได้
ชาวบ้านที่รู้ว่าหญ้าหนอนคือสิ่งใด ต่างก็รีบแยกตัวออกไปช่วยหัวหน้าหมู่บ้านส่งข่าว พวกเขาต่างรู้ดีว่าหากคนอื่นรู้เยอะ หญ้าหนอนที่ควรจะได้มากในตอนแรกก็ต้องถูกแบ่งให้คนที่ไม่ได้ทำอะไรไปด้วย จึงเข้าไปกระซิบบอกข่าวกัน แล้วต่างรีบพากันเดินมาที่เรือนตระกูลซ่ง
“เจ้าพูดจริงรึ อาหยุนที่เจ้าจะบอกที่พบหญ้าหนอนให้พวกข้า” ชาวบ้านเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เชื่อ เรื่องดีเช่นนี้จะนำมาบอกผู้อื่นเพื่ออันใด เก็บไว้ร่ำรวยเพียงผู้เดียวไม่ดีกว่ารึ
“ขอรับ ข้าอยากตอบแทนที่พวกท่านทุกคนช่วยตามหาเฟิ่งเออร์ในครั้งนี้ ข้าจะพาพวกท่านไปเก็บและจะสอนว่าต้องเก็บเช่นใด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย แต่ข้าคิดว่า...ควรจะเก็บมารวมกันแล้วนำไปขายครั้งเดียว เงินที่ได้ก็แบ่งจำนวนเท่ากัน เช่นนี้จะได้ไม่เกิดปัญหาว่าใครได้มากได้น้อยขอรับ” ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“หากมีคนใดไปบอกคนที่ไม่ได้มาช่วยออกตามหา ข้าจะแบ่งเงินในส่วนที่พวกเจ้าได้ออกให้คนที่เจ้าพามาแทน” หัวหน้าหมู่บ้านมองเตือนไปที่ทุกคน
“ผู้ใดจะบอกก็บอก แต่ข้าไม่บอก เรื่องอันใดจะให้คนที่ไม่ได้เหนื่อยเดินหาเฟิ่งเออร์ได้เงินไปด้วยเล่า” ชาวบ้านเอ่ยออกมา จากนั้นก็มีเสียงพูดเห็นด้วยขึ้นมาอีกหลายเสียง
“เรื่องนี้จบแล้ว ก่อนฟ้าสว่างพวกเจ้าก็มาพบกันที่ทางขึ้นภูเขาก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่ผู้ใดพาเฟิ่งเออร์ขึ้นเขาไป ข้าจะจัดการหลังจากที่จัดการเรื่องหญ้าหนอนเสร็จแล้ว”
ชุยหยุนเองก็เห็นด้วยกับหัวหน้าหมู่บ้าน ด้วยต้องการให้หวงหลานกับกวงเจินตายใจเสียก่อน ว่าไม่มีผู้ใดรู้เรื่องที่พวกนางพาหลิงเฟิ่งไปทิ้งบนเขา
เมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันกลับเรือนไป คงเหลือก็เพียงลุงกู้ ลุงจินและป้าเหลียน ที่ยังคงรั้งอยู่ที่เรือนตระกูลซ่ง
“เข้าไปในเรือนก่อนเถิดขอรับ” ชุยหยุนรู้ว่าพวกเขาจากจะพูดเรื่องใด จึงได้ชวนเข้าไปพูดกันในเรือน
เข้ามาถึงก็เห็นป้าเหลียนกับจูซื่อกำลังพาหลิงเฟิ่งกินข้าวอยู่ ชุยหยุนจึงเรียกให้คนอื่นร่วมวงกินด้วยกันเลย จะได้เอ่ยคุยไปพร้อมกันด้วย
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!!!” ป้าเหลียนกับป้าจินร้องออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นหญ้าหนอนที่สามีและลูกชายของตนหามาได้ กองอยู่ตรงหน้า
“เบาๆ เจ้าจะให้ผู้อื่นมาได้ยินหรือไร” ลุงกู้ร้องตำหนิออกมา
“หากผู้อื่นรู้จะไม่ตำหนิพวกเรารึ” ป้าเหลียนเอ่ยถามออกมาอย่างกังวล
“ไม่มีผู้ใดว่าท่านหรอกป้าเหลียน หากพวกเขาคิดจะส่งคนขึ้นไปตามเฟิ่งเออร์ ก็คงได้ติดมือมาเช่นพวกข้าเหมือนกัน” ชุยหยุนพูดออกมา
“แต่ว่า...เหตุใดเจ้าเก็บได้น้อยนักเล่า” ป้าจินเอ่ยถาม เมื่อเห็นหญ้าหนอนของชุยหยุนมีเพียงหยิบมือเดียว
“เอ่อ...พี่หยุนคงตกใจเรื่องที่ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะ จึงมิได้สนใจจะเก็บหญ้าหนอน” สตรีทั้งสองคนหันมามองหลิงเฟิ่งอย่างตกตะลึง เมื่อนางพูดออกมาราวกับว่ามิใช่คนเสียสติ
“สวรรค์!!!” เจ้าหายแล้วจริงรึ เฟิ่งเออร์” จูซื่อไม่สนใจหญ้าหนอนอีกต่อไป นางลุกขึ้นมาสวมกอดหลิงเฟิ่งเอาไว้แน่นด้วยความยินดี
